7 เทคนิค !! ท่องจำ ” ภาษาอังกฤษ ” ให้จำได้ง่ายขึ้น….

 ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ภาษาอังกฤษเป็นอีก 1 ภาษาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในฃีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นภาษาที่คนทั่วโลกใช้สื่อสารกันเป็นระดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ ดังนั้นวันนี้แอดจะพาไปรู้จักเทคนิค 7 อย่าง ที่จะทำให้เราจดจำภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีเลยจ้า

 

1.หยุดท่องหลักไวยากรณ์   

เด็กไทยส่วนเริ่มเรียนภาษาอังกฤษมาพร้อมๆ กับการเริ่มท่องกฎไวยากรณ์ “S. + V.to be + V.เติม ing” เป็น Present Continuous Tense ท่องๆ ไปเรื่อยๆ พร้อมกับคำศัพท์รูปกริยาที่เปลี่ยน ช่อง 1, 2, 3 ถ้าเริ่มต้นด้วยวิธีท่องหลักไวยากรณ์แล้ว 60 เปอร์เซนต์ จะคุยกับฝรั่งไม่ได้เลย อีก 30 เปอร์เซนต์ จะแค่พอพูดได้แบบตะกุกตะกัก ซึ่งมีเพียง 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว สำเนียงเป๊ะ เด็กอเมริกันแท้ๆ ไม่เคยต้องเรียน Grammar จนกระทั่งถึงมัธยม บางคนเพิ่งมาเริ่มเรียน Present Tense ตอนอายุ 15-16 ปีแล้ว ด้วยซ้ำ

ถ้าจะฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้ต้องหยุดท่องหลักไวยากรณ์ เพราะนั่นเป็นวิธีที่ผิด เด็กๆ ชาวต่างชาติจะพูดภาษาอังกฤษจากการเรียนรู้เองโดยธรรมชาติ จากการฟัง สังเกตและเลียนเสียงพูดจนคล่องก่อนจะเริ่มเรียนหลักไวยากรณ์ เหมือนเด็กไทยที่เรียนรู้และพูดคำว่า “แม่” จากการฟังและฝึกออกเสียง แล้วค่อยมาเรียนรู้วิธีการผสมคำในภายหลังนั่นเอง จริงๆ แล้วก็ใช้หลักในการเรียนรู้ภาษาเหมือนกันทั่วโลก

 

 

2. เรียนรู้และเปลี่ยนระบบความคิดให้เป็นภาษาอังกฤษ

ข้อนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างลื่น เพราะนั่นคือการเปลี่ยนระบบความคิดของคุณเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นหากเราต้องการจะพูดถึงการเตรียมตัวสอบจะใช้พูดว่าอย่างไรในภาษาอังกฤษ… อ้อ Examination Preparation นั่นเอง ยิ่งคุณฝึกเปลี่ยนระบบความคิดและทำบ่อยครั้งมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะทำให้คุณนั้นพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาขึ้นเท่านั้น

 

3.พูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

อาจจะฟังดูแล้วตลก แต่ก็ไม่มีใครได้ยินมันหนิเมื่อคุณพูดกับตัวเองและก็มีหลากหลายงานวิจัยที่พบว่าการพูดกับตัวเองในเรื่องที่ดี ในเรื่องที่มีความสุข ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งและฝังเข้าไปในระบบประสาทของคุณภายใน 21 วัน และนี่คือเครื่องมือที่จะช่วยคุณพัฒนาและสร้างความมั่นใจให้กับคุณ มันก็คล้ายกับการที่คุณยืนส่องกระจก แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันทำได้นั่นแหละ

 

 

4.อ่านภาษาอังกฤษแบบออกเสียง 

หลายคนบอกว่า เวลาพูดภาษาอังกฤษ ไม่ต้องห่วงเรื่องสำเนียง พูดๆ ไปเถอะ แต่ส่วนตัวพี่มองว่า สำเนียงที่เพราะจะยิ่งทำให้การสนทนาดูน่าฟังและลื่นไหลมากขึ้น พี่เองก็อยากจะพูดภาษาอังกฤษแบบมีสำเนียงที่ดีบ้าง แล้วก็ค้นพบว่า การอ่านออกเสียงเนี่ยช่วยได้มากกกกกกกก น้องๆ จะอ่านอะไรก็ได้ค่ะ หนังสือนิยาย ข่าว หรืออะไรก็ได้ แปลไม่ออกก็ไม่เป็นไร เน้นพูดออกเสียงอย่างเดียว ตอนอ่านออกเสียงออกมาก็ใส่ accent ให้เต็มที่ (กระแดะไปเลย ไม่ต้องเขิน 5555) ฝึกบ่อยๆ ก็จะติดมาพูดในชีวิตประจำวันเอง ติดขนาดนี้ที่ว่า น้องจะเลิกออกเสียง have เป็น “แฮบ” ไปโดยปริยาย แต่จะออกเสียงว่า “แฮฟฟฟฟฟ”

 

 

 

5.Start with Listening! เริ่มต้นจากการฟัง!

ถ้าคุณอยากพูดภาษาอังกฤษได้ คุณต้องเริ่มต้นจากการฟัง! ฟัง ฟัง ฟังแล้วก็ฟัง!  หัวใจสำคัญ 2 ข้อก็คือ คุณต้องเลือกฟังสื่อที่ไม่ยากเกินไปสำหรับคุณ (รู้ศัพท์ในสื่อนั้นๆมากกว่า 80%)   และข้อที่ 2 คือคุณต้องฟังทุกวัน! อย่างมีวินัยและตั้งใจ วันละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป (แบ่งได้ เช้า 20 นาที เที่ยง 20นาที และเย็นอีก 20 นาที เวลารถติดก็ฟังได้)  เรากล้าท้าเลย ถ้าคุณฟังภาษาอังกฤษทุกวัน 1 เดือนผ่านไปคุณจะแปลกใจตัวเอง ว่าทำไมเราเก่งภาษาอังกฤษขึ้นขนาดนี้ แต่ถ้าคุณฟังภาษาอังกฤษทุกวันตลอด 1 ปี คุณจะจำตัวเองวันนี้ไม่ได้เลย!!

 

 

6.Don’s Study Grammar rules! หยุดท่องกฏแกรมม่าร์ซะ!

ใครยังนั่งท่อง S+V to be+V ing+ …+ …+ ….ไปเรื่อยๆ หรือยังท่องกริยา 3 ช่อง ท่องกฏไวยากรณ์ต่างๆ  ถ้าท่องไปสอบ ท่องไว้เขียน Writing เขียน Essay ต่างๆ นี่โอเค  แต่ถ้าท่องไว้ใช้พูด คุณเข้าใจผิดแล้ว!!!  ไม่มีใครพูด คล่องเพราะท่องกฏแกรมม่าร์หรอก บอกเลย!

 

 

7. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เปลี่ยนสภาพแวดล้อมของคุณให้เต็มไปด้วยภาษาอังกฤษ ถือเป็นการฝึกฝนไปในตัว แต่ถ้าจะให้ง่ายและรวดเร็วที่สุดนั่นก็คือ “พยายามหาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ” นอกจากจะได้เพื่อนแล้ว เรายังได้ฝึกภาษาด้วย ที่สำคัญเพื่อนชาวต่างชาตินี่แหละที่จะช่วยคุณแก้ไขคำผิด ทั้งคำศัพท์ รูปประโยคและหลักไวยากรณ์ต่างๆ ให้คุณได้ พยายามหาเพื่อนฝรั่งคุยแชทบ้าง คุย Skype บ้าง เพื่อเป็นการฝึกภาษาและฟังสำเนียงที่ถูกต้องนั่นเอง

แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวันๆ ละ 10 นาที และจะดีมากๆ ถ้าคุณใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า 1 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ แต่ก็ยังมีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้ภาษาอังกฤษมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของคุณ เช่น ฟังภาษาอังกฤษในขณะที่คุณกำลังขับรถไปทำงาน, อ่านข่าวหรือฟังข่าวออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย, ฝึกการคิดเป็นภาษาอังกฤษในขณะที่คุณกำลังทำงานบ้านหรือออกกำลังกาย, อ่านบทความ ฟังพอดคาสต์ หรือดูวิดีโอภาษาอังกฤษในแบบที่คุณชอบ เป็นต้น

 

ที่มา : http://www.mindenglish.net/article/stopgrammar1/